เว็บไซต์ล่มโดยที่คุณไม่รู้ตัว = เสียรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า Uptime Monitoring คือเครื่องมือที่ตรวจสอบเว็บของคุณแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง แล้วแจ้งเตือนทันทีที่เว็บไม่ตอบสนอง — ก่อนที่ลูกค้าจะโทรหาคุณ
ในปี 2026 มีบริการ Uptime Monitoring หลายเจ้าที่ได้รับความนิยม บทความนี้เปรียบเทียบ 3 เจ้าหลักที่ใช้งานกันมากที่สุด ได้แก่ UptimeRobot, BetterStack และ StatusCake พร้อมราคาจริงที่ตรวจสอบแล้ว ณ เดือนพฤศจิกายน 2026
Uptime Monitoring คืออะไร ทำไมเจ้าของเว็บต้องใช้?
Uptime Monitoring หรือ Website Uptime Monitoring คือระบบที่ส่ง HTTP request ไปยังเว็บไซต์ของคุณในทุกๆ 1–5 นาที เพื่อตรวจสอบว่าเซิร์ฟเวอร์ยังตอบสนองปกติหรือไม่ หากตรวจพบว่าเว็บ Down ระบบจะแจ้งเตือนผ่าน Email, SMS, LINE (ผ่าน Webhook), หรือ Slack ได้ทันที
สถิติอุตสาหกรรมชี้ว่า เว็บไซต์ E-commerce มักสูญเสียรายได้เฉลี่ย $5,600 ต่อนาที เมื่อเว็บล่ม และ 88% ของผู้ใช้ไม่กลับมาใช้งานหลังประสบปัญหาเว็บช้าหรือไม่ตอบสนอง — Uptime Monitoring จึงไม่ใช่แค่ "nice to have" แต่เป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับทุกธุรกิจออนไลน์
ประเภทของ Monitor ที่ควรรู้
- HTTP/HTTPS Monitor — ตรวจสอบ status code (200 OK) ของหน้าเว็บ
- Keyword Monitor — ตรวจสอบว่า keyword ที่กำหนดยังอยู่ในหน้าหรือไม่
- Port Monitor — ตรวจสอบ port เฉพาะ เช่น 3306 (MySQL), 22 (SSH)
- Ping Monitor — ส่ง ICMP ping ไปยัง IP/domain
- SSL Monitor — แจ้งเตือนก่อนใบรับรอง SSL หมดอายุ
- DNS Monitor — ตรวจสอบว่า DNS Record เปลี่ยนแปลงหรือไม่
- Heartbeat Monitor — รอ Cron Job ส่ง ping มาหา ถ้าหยุดส่ง = แจ้งเตือน
UptimeRobot — แผนฟรีใจกว้างที่สุดในตลาด
UptimeRobot
ก่อตั้ง 2010 ผู้ใช้ 1.8ล้านคน+
UptimeRobot เป็นเครื่องมือ Uptime Monitoring ที่เก่าแก่และได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มเจ้าของเว็บรายย่อย ด้วยแผนฟรีที่ให้ 50 monitors ตรวจสอบทุก 5 นาที ไม่จำกัดเวลา
ราคา UptimeRobot (ตรวจสอบแล้ว ณ พฤศจิกายน 2026)
| แผน | ราคา/เดือน | Monitors | Interval | Seats |
|---|---|---|---|---|
| Free | $0 | 50 | 5 นาที | 1 |
| Solo | $10 ($9 ต่อปี) | 10 | 60 วินาที | 1 |
| Team | $41 ($35 ต่อปี) | 100 | 30 วินาที | 3 |
| Scale | $77 ($65 ต่อปี) | 200–500 | 15 วินาที | 5 |
ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2026 — ตรวจสอบราคาล่าสุดที่ uptimerobot.com/pricing
จุดเด่นของ UptimeRobot
- แผนฟรีให้ 50 monitors — มากที่สุดในบรรดาบริการฟรีทั้งหมด
- ตั้งค่าง่าย ใช้งานได้ใน 5 นาที ไม่ต้องเรียนรู้อะไรมาก
- รองรับ HTTP, Port, Ping, Keyword, API, SSL, DNS ในแผนเดียว
- Status Page สำหรับแจ้งลูกค้าเมื่อระบบมีปัญหา
- Dependency Monitoring (แผนฟรี) ป้องกัน false alarm เมื่อ DNS ล่ม
- Integration กับ Slack, Email, Webhook, PagerDuty (แผน Team+)
ข้อจำกัดที่ควรรู้
- แผนฟรี interval 5 นาที อาจช้าเกินไปสำหรับ E-commerce ที่ต้องการตรวจสอบเร็ว
- แผน Solo ให้แค่ 10 monitors ซึ่งน้อยกว่าแผนฟรี (เหมาะสำหรับ uptime ที่ต้องการ interval เร็ว)
- ไม่มี On-call scheduling ในตัว (ต้องใช้ PagerDuty เสริม)
สรุป: UptimeRobot เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับเจ้าของเว็บ freelancer บล็อกเกอร์ และ SME ที่ต้องการ monitor เยอะแต่ไม่อยากจ่ายเงิน แผนฟรี 50 monitors ครอบคลุมเว็บหลายโดเมนได้ดีมาก หากต้องการ interval 1 นาทีขึ้นไป ให้เลือก Solo $10/เดือน
BetterStack — โซลูชันครบวงจรสำหรับทีม DevOps
BetterStack (เดิมชื่อ BetterUptime)
ก่อตั้ง 2021 รวม Uptime + Logs + Metrics
BetterStack พัฒนาจาก BetterUptime กลายเป็นแพลตฟอร์มที่รวม Uptime Monitoring, Incident Management, On-call Scheduling, Log Management และ Status Page ไว้ในที่เดียว เหมาะสำหรับทีม Engineering
ราคา BetterStack (ตรวจสอบแล้ว ณ พฤศจิกายน 2026)
| แผน | ราคา/เดือน | Monitors | Status Page | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| Free | $0 | 10 | 1 หน้า | Slack + Email alerts |
| Responder | $34 ($29/ปี) /user | ไม่จำกัด | 1 หน้า รวม | Phone + SMS + On-call |
| Status Page เพิ่ม | $15 ($12/ปี) /หน้า | — | เพิ่มได้ | Custom domain |
ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2026 — ตรวจสอบราคาล่าสุดที่ betterstack.com/pricing
จุดเด่นของ BetterStack
- Unlimited monitors ในแผน Responder — ไม่จำกัดจำนวน
- On-call scheduling ในตัว — จัดตารางผลัดเวรเจ้าหน้าที่ได้เลย
- Phone call + SMS alerts ไม่จำกัดในแผน Responder
- Status Page ที่สวยงาม ปรับแต่งได้ รองรับ Custom Domain
- รวม Log Management, Metrics, Error Tracking ในแพลตฟอร์มเดียว
- Incident Timeline และ AI Post-mortem อัตโนมัติ
- 60-day money-back guarantee
ข้อจำกัดที่ควรรู้
- ราคา Responder คิดต่อ user ถ้าทีมใหญ่จะแพงมาก
- แผนฟรีให้แค่ 10 monitors ซึ่งน้อยกว่า UptimeRobot มาก
- ฟีเจอร์เยอะอาจ overwhelming สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความเรียบง่าย
สรุป: BetterStack เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับทีม Development หรือ SaaS startup ที่ต้องการ Incident Management + On-call + Status Page ในระบบเดียว ราคา $29/user/เดือน (ต่อปี) สมเหตุสมผลสำหรับทีมเล็ก 1-3 คน
StatusCake — ราคากลางๆ พร้อมฟีเจอร์ครบ
StatusCake
ก่อตั้ง 2012 ตรวจสอบจาก 200+ locations
StatusCake เป็นบริการ UK-based ที่ให้บริการ Uptime, Page Speed, Domain, SSL Monitoring รวมกันในแพลตฟอร์มเดียว โดดเด่นเรื่อง Page Speed Monitoring ที่ตรวจวัด Core Web Vitals ได้
ราคา StatusCake (ตรวจสอบแล้ว ณ พฤศจิกายน 2026)
| แผน | ราคา/เดือน (ต่อปี) | Uptime Monitors | Interval | Page Speed |
|---|---|---|---|---|
| Free | $0 | 10 | 5 นาที | 1 |
| Superior | $20.41 | 100 | 1 นาที | 15 |
| Business | $66.66 | 300 | 30 วินาที | 30 |
ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2026 — ตรวจสอบราคาล่าสุดที่ statuscake.com/pricing
จุดเด่นของ StatusCake
- Page Speed Monitor ตรวจสอบความเร็วเว็บทุก 5-15 นาที (แผน Superior+)
- Domain Expiry + SSL Expiry Monitor ในแผนเดียว
- Blacklist Monitoring ตรวจสอบว่า IP ถูกบล็อกในบัญชีดำหรือไม่
- Free SMS Credits: 75/เดือน (Superior), 400/เดือน (Business)
- Unbranded Reporting ในแผน Superior ขึ้นไป
- ตรวจสอบจาก 200+ locations ทั่วโลก
ข้อจำกัดที่ควรรู้
- แผนฟรีให้เพียง 10 monitors เหมือนกับ BetterStack
- ไม่มี On-call scheduling ในตัว
- Interface เก่ากว่าคู่แข่ง แต่ใช้งานได้ดี
สรุป: StatusCake เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับ Agency หรือ Freelancer ที่ดูแลหลายเว็บไซต์และต้องการ Page Speed Monitoring ควบคู่ไปกับ Uptime แผน Superior $20.41/เดือน (ต่อปี) ให้ 100 monitors + Page Speed เป็นราคาที่คุ้มค่ามาก
ตารางเปรียบเทียบ UptimeRobot vs BetterStack vs StatusCake
| ฟีเจอร์ | UptimeRobot Free | BetterStack Free | StatusCake Free |
|---|---|---|---|
| Monitors | 50 | 10 | 10 |
| Check Interval | 5 นาที | 3 นาที | 5 นาที |
| SSL Monitor | มี | มี | มี (1) |
| Status Page | มี | มี (1 หน้า) | — |
| Phone/SMS Alert | — | มี | — |
| On-call Scheduling | — | มี | — |
| Page Speed Monitor | — | — | มี (1) |
| ราคาแผนถัดไป | $10/เดือน | $34/user/เดือน | $20.41/เดือน |
ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2026 — ตรวจสอบราคาล่าสุดที่เว็บผู้ให้บริการ
วิธีตั้งค่า UptimeRobot เบื้องต้นใน 5 นาที
UptimeRobot เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับเริ่มต้น เพราะมีแผนฟรีที่ใจกว้างที่สุด ต่อไปนี้คือขั้นตอนการตั้งค่า
- สมัครสมาชิก ที่ uptimerobot.com — ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- เพิ่ม Monitor ใหม่ — คลิก "Add New Monitor" เลือกประเภท HTTP(s)
- ระบุ URL ของเว็บไซต์ เช่น
https://yourdomain.com - ตั้ง Alert Contact — เพิ่ม Email หรือ Webhook (LINE Notify/Slack) เพื่อรับการแจ้งเตือน
- บันทึก — ระบบจะเริ่มตรวจสอบทุก 5 นาทีทันที
หากต้องการรับการแจ้งเตือนผ่าน LINE Notify ให้เพิ่ม Webhook URL ของ LINE Notify ใน "Alert Contacts" ของ UptimeRobot — วิธีนี้เหมาะสำหรับทีมงานไทยที่ใช้ LINE เป็นหลัก
ตั้งค่า SSL Monitor
นอกจาก HTTP Monitor แล้ว ควรเพิ่ม SSL Monitor เพื่อรับการแจ้งเตือนก่อนใบรับรอง SSL หมดอายุ 30 วัน วิธีเพิ่ม: เลือก "Add New Monitor" → ประเภท "SSL/Domain Exp." → ระบุ domain — ทำได้ใน 30 วินาที
สร้าง Status Page สำหรับลูกค้า
Status Page คือหน้าเว็บสาธารณะที่แสดงสถานะของระบบทุกส่วน เช่น status.yourdomain.com UptimeRobot ให้สร้าง Status Page ฟรีในแผนฟรีด้วย — เพียงไปที่เมนู "Status Pages" แล้วกด "Create Status Page"
เลือกตัวไหนดี? แนวทางตัดสินใจ
- เพิ่งเริ่มต้น / ไม่อยากจ่ายเงิน: UptimeRobot Free — 50 monitors ตรวจสอบทุก 5 นาที เพียงพอสำหรับเว็บส่วนตัวและ SME ทั่วไป
- ต้องการตรวจสอบทุก 1 นาที ราคาถูก: UptimeRobot Solo $10/เดือน หรือ StatusCake Superior $20.41/เดือน
- ทีม DevOps ที่ต้องการ Incident Management: BetterStack Responder $29/user/เดือน (ต่อปี) — คุ้มค่าที่สุดสำหรับทีมเล็ก
- Agency ดูแลหลายเว็บ ต้องการ Page Speed ด้วย: StatusCake Superior $20.41/เดือน — 100 monitors + Page Speed Monitor
- บริษัทใหญ่ ต้องการ SLA + Custom: UptimeRobot Enterprise หรือ BetterStack Enterprise
ทางเลือกอื่นที่น่าสนใจ
นอกจาก 3 เจ้าหลักข้างต้น ยังมีตัวเลือกอื่นที่น่าพิจารณา:
- Freshping (by Freshworks) — แผนฟรี 50 monitors ตรวจสอบทุก 1 นาที (ฟรีจริง)
- Site24x7 (by Zoho) — เหมาะสำหรับองค์กรที่ใช้ Zoho ecosystem
- Pingdom — บริการระดับ Enterprise ราคาสูงขึ้น แต่มี Real User Monitoring
- HetrixTools — เหมาะสำหรับ hosting provider ที่ต้องการ Blacklist Monitoring จำนวนมาก
- Oh Dear — เน้น developer รองรับ Broken Links + Mixed Content checking
Uptime Monitoring กับ Hosting ไทย
สำหรับเว็บไซต์ที่ host บน Server ในไทย (AsiaGB, Bangmod, Ruk-Com เป็นต้น) ข้อสังเกตสำคัญคือ Check Location ของ UptimeRobot ที่ใกล้ที่สุดคือสิงคโปร์และฮ่องกง ซึ่งให้ผลใกล้เคียงกับผู้ใช้จริงในไทยมากพอ
BetterStack มี Check Locations ใน Asia-Pacific หลายจุด รวมถึง Singapore และ Tokyo ซึ่งเพียงพอสำหรับตรวจสอบ Server ในไทย
หากต้องการ Monitor จาก Location ในไทยโดยตรง ควรพิจารณาตั้ง Monitor ด้วย Uptime Kuma (Self-hosted) บน VPS ในไทย ซึ่งเป็นทางเลือกโอเพนซอร์สที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย
Uptime Kuma — ทางเลือก Self-hosted ฟรี 100%
Uptime Kuma คือโปรเจกต์โอเพนซอร์สที่ clone UI ของ UptimeRobot ได้แทบทุกอย่าง สามารถติดตั้งบน VPS ด้วย Docker ในไม่กี่นาที:
docker run -d --restart=always -p 3001:3001 \
-v uptime-kuma:/app/data \
--name uptime-kuma \
louislam/uptime-kuma:1
ข้อดีคือ Host เองบน Server ในไทย ตรวจสอบจาก Location ในไทยได้โดยตรง ข้อเสียคือต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง และถ้า Server ล่มพร้อมกัน Monitor ก็จะล่มด้วย — ควรใช้คู่กับบริการ Cloud Monitoring
บทความที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Uptime Monitoring คืออะไร?
Uptime Monitoring คือบริการที่ตรวจสอบว่าเว็บไซต์หรือเซิร์ฟเวอร์ของคุณออนไลน์อยู่หรือไม่ โดยส่ง HTTP request ไปทุก 1–5 นาที และแจ้งเตือนทันทีเมื่อเว็บล่มผ่าน Email, SMS, หรือ Slack
UptimeRobot ฟรีใช้ได้กี่ Monitor?
UptimeRobot แผนฟรีให้ 50 monitors ตรวจสอบทุก 5 นาที รองรับ HTTP, port, ping, keyword, DNS, SSL โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงพอสำหรับเว็บไซต์ส่วนตัวและธุรกิจขนาดเล็ก
BetterStack vs UptimeRobot ต่างกันอย่างไร?
BetterStack เหมาะสำหรับทีม DevOps ที่ต้องการ Incident Management + On-call scheduling ส่วน UptimeRobot เหมาะสำหรับเจ้าของเว็บรายเล็กที่ต้องการความง่าย และมีแผนฟรีที่ใจกว้างกว่า (50 monitors vs 10 monitors)
StatusCake ราคาเท่าไหร่?
StatusCake มีแผนฟรี (10 monitors, 5 นาที) แผน Superior $20.41/เดือน (100 monitors, 1 นาที) และแผน Business $66.66/เดือน (300 monitors, 30 วินาที) ราคา ณ พฤศจิกายน 2026
ควรใช้กี่ Monitor สำหรับเว็บไซต์ทั่วไป?
เว็บไซต์ทั่วไปควรมีอย่างน้อย 3 monitors: (1) HTTP monitor หน้าหลัก (2) SSL monitor ตรวจใบรับรอง (3) Domain Expiry monitor ตรวจวันหมดอายุโดเมน หากมีฐานข้อมูล ควรเพิ่ม Port Monitor สำหรับ Port 3306 ด้วย
Uptime 99.9% หมายความว่าเว็บล่มได้กี่ชั่วโมงต่อปี?
Uptime 99.9% หมายความว่าเว็บสามารถล่มได้ ~8.77 ชั่วโมงต่อปี (365 × 24 × 0.001) ส่วน 99.99% คือล่มได้แค่ ~52.6 นาทีต่อปี Hosting Provider ส่วนใหญ่รับประกัน SLA 99.9% ขึ้นไป