เว็บนี้มีลิงก์ affiliate — หากสมัครผ่านลิงก์ เราได้รับค่าคอมมิชชัน โดยไม่กระทบความเป็นกลางในการรีวิว · Affiliate links: we may earn a commission. รายละเอียด

Privacy & No-log ของ TorGuard

TorGuard VPN Privacy & No-log 2026

Privacy & No-log ของ TorGuard
วิธีรีวิวของเรา: เราประเมิน TorGuard จากการทดสอบเชื่อมต่อ Server ที่ใกล้ไทย (Singapore/Japan), ตรวจ DNS/IP Leak ที่ dnsleaktest.com, วัด Speed บน WireGuard เทียบกับความเร็วเน็ตฐาน, อ่านนโยบาย Privacy อย่างละเอียด และทดสอบการ unblock Streaming จริง — ข้อมูลทั้งหมดอัปเดต 14 มิถุนายน 2026

No-log ของ TorGuard มีอะไรบ้าง

TorGuard ดำเนินงานโดย VPNetworks LLC และระบุว่าไม่เก็บ Activity Log, Traffic Log, Connection Log หรือ IP Log ของผู้ใช้เลย เนื่องจากบริษัทตั้งอยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งไม่ได้มีกฎหมายบังคับห้ามเก็บ log เหมือนบางเขตอำนาจนอกชายฝั่ง คำมั่นเรื่อง No-log จึงเป็นเสาหลักด้าน Privacy ที่ผู้ใช้ต้องเชื่อถือเป็นอันดับแรก แทนที่จะพึ่งพาที่ตั้งของบริษัท

TorGuard, run by VPNetworks LLC, says it stores no activity, traffic, connection, or IP logs — and because the company sits in the US rather than an offshore haven, that no-log commitment is the privacy pillar users have to trust first.

ฐานที่ตั้งสหรัฐฯ กับ Five Eyes

สำนักงานใหญ่ของ TorGuard อยู่ที่เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา จึงอยู่ภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพันธมิตรข่าวกรอง Five Eyes ข้อเท็จจริงนี้พูดตรง ๆ ได้ว่าหากมีหมายศาล บริษัทต้องปฏิบัติตาม แต่ในทางปฏิบัติ TorGuard เลือกวางจุดยืนด้าน Privacy ไว้ที่นโยบาย No-log มากกว่าการอาศัยเขตอำนาจนอกชายฝั่ง กล่าวคือ สิ่งที่จะปกป้องผู้ใช้ได้จริงคือ "ไม่มีบันทึกให้หยิบ" ไม่ใช่ "บริษัทอยู่นอกมือเอื้อม" ผู้ใช้ที่อ่อนไหวต่อเรื่องนี้จึงควรชั่งน้ำหนักทั้งสองด้านประกอบกัน

TorGuard is headquartered in Orlando, Florida, placing it under US law and within the Five Eyes alliance. Plainly put, a valid warrant must be honored — so the provider leans on its no-log claim rather than offshore jurisdiction, meaning the real safeguard is having nothing to hand over, not being out of legal reach.

สนใจ TorGuard?

ดูแพ็กเกจและโปรล่าสุดที่หน้าเว็บ TorGuard โดยตรง

ไปที่ TorGuard →

จ่ายด้วย Crypto / Gift Card

เนื่องจาก TorGuard อยู่ในเขตอำนาจที่ต้องเปิดเผยข้อมูลได้ การลดร่องรอยตั้งแต่ตอนสมัครจึงช่วยได้มาก บริษัทรับชำระเงินได้หลายช่องทาง ได้แก่ บัตรเครดิต PayPal คริปโตเคอร์เรนซี และ Gift Card สองช่องทางหลังคือสิ่งที่ทำให้ TorGuard น่าสนใจสำหรับสายที่ใส่ใจตัวตน เพราะการจ่ายด้วยคริปโตหรือบัตรของขวัญช่วยตัดสายโยงระหว่างชื่อจริง/บัตรธนาคารกับบัญชี VPN ออกไป ส่วนบัตรเครดิตและ PayPal สะดวกกว่าแต่ผูกตัวตนชัดเจน จึงเลือกตามระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการ

Because TorGuard operates in a disclosure-capable jurisdiction, trimming the trail at sign-up matters: it takes credit card, PayPal, cryptocurrency, and gift cards — the latter two break the link between your real-world identity and the VPN account, while card and PayPal are easier but fully identifiable.

App Killer กับการตรวจ Leak

Kill Switch ของ TorGuard มีชื่อเรียกในแอปว่า "App Killer" ซึ่งทำงานละเอียดกว่าแบบปิดเน็ตทั้งเครื่อง คือสามารถสั่งปิดเฉพาะแอปที่กำหนด (เช่น โปรแกรม Torrent) ทันทีที่ VPN หลุด ทำให้ทราฟฟิกของแอปนั้นไม่รั่วออกผ่าน IP จริง นอกจากนี้ยังมี DNS Leak Protection และตัวเลือก Stealth/Obfuscation สำหรับเครือข่ายที่กรอง VPN เนื่องจาก TorGuard วางตัวเป็นบริการสาย Torrent และเปิด Port Forwarding ได้ การเปิดพอร์ตทิ้งไว้ก็เพิ่มพื้นผิวให้ IP จริงโผล่ จึงควรทดสอบที่ dnsleaktest.com และเช็ก IP ทั้งก่อน-หลังเชื่อมต่อทุกครั้ง

TorGuard's kill switch is branded "App Killer" — it can shut down specific apps (like a torrent client) the instant the tunnel drops, rather than killing all networking. With DNS leak protection and optional Stealth/obfuscation, plus port forwarding for torrenting, it pays to run a dnsleaktest.com and IP check before and after connecting.

AES-256 และ ChaCha20

การเข้ารหัสของ TorGuard ขึ้นกับโปรโตคอลที่เลือก โดยใช้ AES-256 บน OpenVPN และ IKEv2 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับมายาวนาน ส่วน WireGuard จะใช้ ChaCha20 ที่ออกแบบมาให้เร็วบนอุปกรณ์มือถือและ CPU รุ่นใหม่ ทั้งสองชุดถือว่าแข็งแรงพอสำหรับงาน Privacy ทั่วไป ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติคือ หากต้องการความเร็วสูงสุดให้เลือก WireGuard/ChaCha20 แต่ถ้าอยู่ในเครือข่ายที่บล็อก VPN การใช้ OpenVPN ร่วมกับโหมด Stealth มักผ่านได้ดีกว่า

TorGuard's cipher depends on the protocol: AES-256 on OpenVPN and IKEv2, ChaCha20 on WireGuard (tuned for speed on mobile and modern CPUs). Pick WireGuard/ChaCha20 for raw speed, or OpenVPN with Stealth mode where networks block VPNs.

สุขอนามัย Privacy สำหรับสาย Torrent

เพราะ TorGuard เป็นบริการที่เน้นผู้ใช้ Torrent และ Power User การตั้งค่าให้รัดกุมจึงสำคัญกว่าผู้ใช้ทั่วไป เริ่มจากเปิด App Killer ผูกกับไคลเอนต์ Torrent โดยเฉพาะ เพื่อให้การดาวน์โหลดหยุดทันทีที่อุโมงค์หลุด หากเปิด Port Forwarding ให้เปิดเท่าที่จำเป็นและปิดเมื่อเลิกใช้ เพราะพอร์ตที่เปิดค้างเพิ่มโอกาสให้ IP จริงถูกตรวจจับ ด้านการสมัครให้พิจารณาจ่ายด้วยคริปโตหรือ Gift Card หากต้องการลดการผูกตัวตน และเลี่ยงการล็อกอินบัญชีที่ระบุตัวตนได้ขณะเชื่อมต่อ สุดท้ายควรตรวจ Leak เป็นกิจวัตร ไม่ใช่ทำครั้งเดียวตอนติดตั้ง

Since TorGuard targets torrenters and power users, tighter hygiene matters: bind App Killer to your torrent client, open port forwarding only when needed and close it after, prefer crypto or gift cards at checkout, avoid identity-linked logins while connected, and make leak testing a routine rather than a one-off.

สนใจ TorGuard?

ดูแพ็กเกจและโปรล่าสุดที่หน้าเว็บ TorGuard โดยตรง

ไปที่ TorGuard →

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

TorGuard เก็บ Log ไหม?
บริษัทระบุนโยบาย No-log คือไม่เก็บ Activity, Traffic, Connection หรือ IP Log
TorGuard ตั้งอยู่ที่ไหน?
เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา อยู่ใต้กฎหมายสหรัฐฯ และกลุ่ม Five Eyes จึงพึ่งคำมั่น No-log เป็นหลักแทนเขตอำนาจนอกชายฝั่ง
จ่ายแบบลดการผูกตัวตนได้ไหม?
ได้ รองรับคริปโตเคอร์เรนซีและ Gift Card ซึ่งช่วยตัดสายโยงระหว่างตัวตนกับบัญชี (นอกเหนือจากบัตรเครดิตและ PayPal)
Kill Switch ของ TorGuard ชื่ออะไร?
เรียกว่า App Killer สั่งปิดเฉพาะแอปที่กำหนดได้ ใช้ร่วมกับ DNS Leak Protection เพื่อกัน IP/DNS รั่ว