เว็บนี้มีลิงก์ affiliate — หากสมัครผ่านลิงก์ เราได้รับค่าคอมมิชชัน · Affiliate links.

เปรียบเทียบ DigitalOcean vs Vultr 2026 — ราคาและสเปกจริง

A fact-based, transparently-scored comparison of DigitalOcean Droplet and Vultr Cloud Compute pricing and specs as of July 2026.

เปรียบเทียบ DigitalOcean vs Vultr 2026 — ราคาและสเปกจริง

DigitalOcean และ Vultr เป็นผู้ให้บริการ Cloud VPS ที่นักพัฒนาและสตาร์ทอัพเลือกใช้กันมากที่สุดสองเจ้า เพราะราคาเข้าถึงง่ายและเปิดใช้งานได้ในไม่กี่นาที บทความนี้เทียบราคาและสเปกจริงของทั้งสองเจ้าแบบตารางข้างต่อข้าง โดยอ้างอิงจากหน้าราคาทางการล่าสุดเท่านั้น ไม่มีการให้คะแนนดาวแบบไม่มีที่มา และไม่มีการตัดสินเชิงลบต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ด้วยข้อมูลจริง

ตารางราคาเทียบ Droplet vs Vultr Cloud Compute

ตารางด้านล่างเทียบราคาระดับเริ่มต้นของ DigitalOcean Droplet (กลุ่ม Basic Shared CPU) กับ Vultr Cloud Compute (กลุ่ม Regular Performance) ในระดับราคาที่ใกล้เคียงกันที่สุด ข้อมูลทั้งหมดคัดลอกตรงจากหน้าราคาทางการของทั้งสองเจ้า ไม่มีการปัดหรือประมาณตัวเลขใด ๆ

ระดับราคาDigitalOcean Droplet (Basic)Vultr Cloud Compute (Regular)
$4/เดือน512 MiB RAM, 1 vCPU, 10 GB SSD, 500 GiB transferไม่มีระดับราคานี้ในไลน์อัพ (เริ่มต้นที่ $6/เดือน)
$6/เดือน1 GiB RAM, 1 vCPU, 25 GB SSD, 1,000 GiB transfer1 GB RAM, 1 vCPU, 32 GB storage, 1 TB transfer
$12/เดือน2 GiB RAM, 1 vCPU, 50 GB SSD, 2,000 GiB transfer2 GB RAM, 1 vCPU, 64 GB storage, 2 TB transfer
$18/เดือน2 GiB RAM, 2 vCPU, 60 GB SSD, 3,000 GiB transferไม่มีระดับราคานี้ในไลน์อัพมาตรฐาน
$24/เดือน4 GiB RAM, 2 vCPU, 80 GB SSD, 4,000 GiB transfer2 vCPU, 4 GB RAM, 128 GB storage, 3 TB transfer
$48/เดือน8 GiB RAM, 4 vCPU, 160 GB SSD, 5,000 GiB transferไม่มีข้อมูลยืนยันในระดับนี้ — ตรวจสอบที่ vultr.com
$96/เดือน16 GiB RAM, 8 vCPU, 320 GB SSD, 6,000 GiB transferไม่มีข้อมูลยืนยันในระดับนี้ — ตรวจสอบที่ vultr.com

จุดที่น่าสังเกตคือระดับราคา $6, $12 และ $24 ของทั้งสองเจ้าตรงกันพอดี ทำให้เปรียบเทียบสเปกต่อราคาได้ตรงไปตรงมาที่สุด ส่วนระดับ $4 (512 MiB) เป็นจุดที่ DigitalOcean มีแต่ Vultr ไม่มีในไลน์อัพ Regular Performance ตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ในทางกลับกัน Vultr ยังมีกลุ่ม High Performance และ High Frequency ที่ใช้ CPU รุ่นใหม่กว่าและราคาสูงกว่าราคาในตารางนี้ ซึ่งไม่ได้นำมาเทียบในบทความนี้เพราะไม่ใช่ระดับ entry-level ที่เทียบตรงกับ Droplet Basic ได้ ผู้อ่านที่สนใจ tier นั้นควรตรวจสอบราคาล่าสุดที่ vultr.com โดยตรง

อีกจุดที่ควรรู้คือรูปแบบการคิดเงินของ DigitalOcean ใช้ระบบ per-second billing โดยมีขั้นต่ำการคิดเงินอยู่ที่ 60 วินาทีหรือ $0.01 แล้วแต่ค่าไหนสูงกว่า (เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2026) ซึ่งหมายความว่าการเปิด-ปิด Droplet ทดสอบระยะสั้นจะคิดเงินตามเวลาใช้งานจริง ไม่ใช่เต็มชั่วโมงหรือเต็มวัน ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2026 — ตรวจสอบราคาล่าสุดที่เว็บผู้ให้บริการ เนื่องจากทั้งสองเจ้าปรับราคาและสเปกอยู่เป็นระยะ

The table below compares entry-level tiers of DigitalOcean Droplet (Basic Shared CPU) with Vultr Cloud Compute (Regular Performance) at the closest matching price points. All data is copied directly from the official pricing pages of both providers, with no rounding or approximation of any figures.

Price TierDigitalOcean Droplet (Basic)Vultr Cloud Compute (Regular)
$4/month512 MiB RAM, 1 vCPU, 10 GB SSD, 500 GiB transferNot available in this price tier (starts at $6/month)
$6/month1 GiB RAM, 1 vCPU, 25 GB SSD, 1,000 GiB transfer1 GB RAM, 1 vCPU, 32 GB storage, 1 TB transfer
$12/month2 GiB RAM, 1 vCPU, 50 GB SSD, 2,000 GiB transfer2 GB RAM, 1 vCPU, 64 GB storage, 2 TB transfer
$18/month2 GiB RAM, 2 vCPU, 60 GB SSD, 3,000 GiB transferNot available in standard price tier
$24/month4 GiB RAM, 2 vCPU, 80 GB SSD, 4,000 GiB transfer2 vCPU, 4 GB RAM, 128 GB storage, 3 TB transfer
$48/month8 GiB RAM, 4 vCPU, 160 GB SSD, 5,000 GiB transferData not verified at this tier — check vultr.com
$96/month16 GiB RAM, 8 vCPU, 320 GB SSD, 6,000 GiB transferData not verified at this tier — check vultr.com

Notable points: the $6, $12, and $24 tiers of both providers align perfectly, making direct spec-to-price comparison straightforward. The $4/month tier (512 MiB) is unique to DigitalOcean; Vultr does not offer this tier in its Regular Performance lineup based on verified data. Conversely, Vultr also offers High Performance and High Frequency tiers with newer CPUs and higher pricing, which are not included in this comparison since they are not entry-level and do not directly compare to Droplet Basic. Readers interested in those tiers should check the latest pricing at vultr.com directly.

Another important detail: DigitalOcean uses per-second billing with a minimum charge of 60 seconds or $0.01 whichever is higher (effective January 1, 2026), meaning short-term test Droplets are billed for actual usage time, not full hours or days. Data as of July 2026 — verify current pricing on provider websites since both frequently adjust pricing and specs.

  1. ระดับราคา $6/$12/$24 ของ DigitalOcean และ Vultr ตรงกันพอดี เทียบสเปกต่อราคาได้ตรงที่สุด
  2. DigitalOcean มีระดับเริ่มต้น $4/เดือน (512 MiB) ที่ Vultr ไม่มีในไลน์อัพ Regular Performance
  3. DigitalOcean คิดเงินแบบ per-second ขั้นต่ำ 60 วินาทีหรือ $0.01 แล้วแต่ค่าไหนสูงกว่า

สเปก RAM/vCPU/SSD/Transfer ระดับเริ่มต้น

ในประสบการณ์ของเรา เมื่อดูสเปกในระดับราคาเดียวกันอย่างละเอียด จะเห็นว่าทั้งสองเจ้าให้ RAM และ vCPU เท่ากันในแต่ละระดับราคาที่ตรงกัน เช่น ที่ $6/เดือน ทั้งคู่ให้ 1 GB RAM และ 1 vCPU เท่ากัน ความต่างหลักอยู่ที่พื้นที่ SSD และปริมาณ transfer (bandwidth) ที่แถมมา ที่ระดับ $6 DigitalOcean ให้ SSD 25 GB กับ transfer 1,000 GiB ในขณะที่ Vultr ให้ storage 32 GB กับ transfer 1 TB ซึ่งตัวเลข storage ของ Vultr มากกว่าเล็กน้อย ส่วนตัวเลข transfer ใกล้เคียงกันมากจนแทบไม่ต่าง (หน่วย GiB ของ DO กับ TB ของ Vultr มีความต่างทางเทคนิคเล็กน้อยแต่ไม่มีนัยสำคัญในการใช้งานจริงระดับนี้)

ที่ระดับ $12/เดือน รูปแบบเดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้ง คือ RAM/vCPU เท่ากัน (2 GB/2 GiB, 1 vCPU) แต่ Vultr ให้ storage มากกว่า (64 GB เทียบกับ 50 GB) และ transfer ก็มากกว่าเล็กน้อยเช่นกัน (2 TB เทียบกับ 2,000 GiB) ส่วนที่ระดับ $24/เดือน DigitalOcean เริ่มให้ transfer มากกว่าคือ 4,000 GiB เทียบกับ Vultr ที่ 3 TB ขณะที่สเปก RAM/vCPU/storage ยังใกล้เคียงกันคือ 4 GB RAM, 2 vCPU และ storage 80-128 GB

สิ่งที่ควรทราบเพิ่มเติมคือ Droplet กลุ่ม Basic ทั้งหมดที่เทียบในตารางเป็นแบบ Shared CPU คือแชร์ทรัพยากรประมวลผลกับผู้ใช้รายอื่นบนเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน หากต้องการ CPU เฉพาะตัวแบบ dedicated จริง DigitalOcean มีกลุ่ม Droplets General Purpose (Dedicated CPU) แยกต่างหาก ซึ่งเริ่มต้นที่ $63/เดือน (8 GB RAM, 2 vCPU, 25 GB SSD) และสูงสุดถึง $1,260/เดือน ราคานี้อยู่คนละกลุ่มกับ Basic Shared CPU ที่เทียบในตารางด้านบน จึงไม่ควรนำ $63/เดือนไปเทียบกับ $18/เดือนของกลุ่ม Basic เพราะเป็นคนละประเภทเซิร์ฟเวอร์ ฝั่ง Vultr เองก็มีกลุ่ม High Performance ที่ใช้ NVMe และ CPU รุ่นใหม่กว่าเช่นกัน แต่ราคาที่แน่ชัดของกลุ่มนั้นไม่ได้อยู่ในข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วของบทความนี้ แนะนำให้ตรวจสอบที่เว็บไซต์ vultr.com โดยตรงก่อนตัดสินใจเลือกระดับที่ต้องการ

Region ที่ให้บริการ (โฟกัสเอเชีย)

DigitalOcean มี datacenter ทั้งหมด 15 แห่งทั่วโลก ได้แก่ nyc1/nyc2/nyc3 (New York), sfo2/sfo3 (San Francisco), ams3 (Amsterdam), sgp1 (Singapore), lon1 (London), fra1 (Frankfurt), tor1 (Toronto), blr1 (Bangalore), syd1 (Sydney), atl1 (Atlanta), ric1 (Richmond) และ mkc1 (Kansas City) โดยบริการหลักอย่าง Droplets, Kubernetes, Load Balancer และ VPC เปิดให้ใช้งานครบทั้ง 15 region ส่วนบริการอื่นมีข้อจำกัดบางจุด เช่น Spaces Standard ไม่มีที่ nyc1/nyc2, Spaces Cold ไม่มีที่ blr1, Container Registry ไม่มีที่ ric1/mkc1 และ Functions ไม่มีที่ atl1/ric1

สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย region ที่ใกล้ที่สุดของ DigitalOcean คือ sgp1 (สิงคโปร์) รองลงมาคือ blr1 (บังกาลอร์ ประเทศอินเดีย) ซึ่งทั้งสอง region นี้ให้ latency ที่ดีกว่าการเลือก region ฝั่งอเมริกาหรือยุโรปอย่างชัดเจนสำหรับผู้ใช้ปลายทางในไทย หากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของคุณมีผู้ใช้หลักอยู่ในไทยหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควรพิจารณาเลือก sgp1 เป็นอันดับแรก

ในส่วนของ Vultr ข้อมูลที่ตรวจสอบและยืนยันแล้วสำหรับบทความนี้ครอบคลุมเฉพาะราคาและสเปกของ Cloud Compute เท่านั้น ยังไม่มีรายชื่อ region ที่ยืนยันแล้วในชุดข้อมูลนี้ ดังนั้นเพื่อความถูกต้อง บทความนี้จะไม่ระบุจำนวนหรือรายชื่อ region ของ Vultr แบบเจาะจง แนะนำให้ผู้อ่านที่สนใจ latency ในเอเชียตรวจสอบรายชื่อ region ล่าสุดโดยตรงที่หน้า Locations ของเว็บไซต์ vultr.com ก่อนตัดสินใจ เนื่องจากจำนวนและที่ตั้ง datacenter เป็นข้อมูลที่ผู้ให้บริการ Cloud มักปรับเปลี่ยน (เปิด/ปิด region ใหม่) อยู่เป็นระยะ การเช็คจากเว็บทางการโดยตรงจะแม่นยำที่สุด

สรุปสิ่งสำคัญ: DigitalOcean มี 15 datacenter ทั่วโลก ครอบคลุมอเมริกา ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย

ฟีเจอร์เสริม: Managed DB, Kubernetes, Object Storage

นอกจากตัว Droplet เอง DigitalOcean ยังมีบริการเสริมที่ครบวงจรพอสมควร เริ่มจาก Managed Kubernetes (DOKS) ที่ control plane ใช้งานฟรี เสียเฉพาะค่า node pool ซึ่งคิดราคาแบบเดียวกับ Droplet ปกติ เริ่มต้นที่ $12/เดือน ต่อมาคือ Managed Databases ที่มีให้เลือกทั้ง PostgreSQL และ MySQL ระดับ Basic tier (1 vCPU/1 GiB RAM, 10-30 GiB storage) ราคา $15.15/เดือน, Valkey (ชื่อใหม่ของ Managed Redis หลังเปลี่ยน license แต่ยังเข้ากันได้กับ Redis API/command เดิม) ราคา $15.00/เดือน และ MongoDB (1 vCPU/1 GiB RAM, 15-25 GiB storage) ราคา $15.23/เดือน หากต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มคิดที่ $0.215/GiB/เดือน

สำหรับ Object Storage DigitalOcean มีบริการชื่อ Spaces ที่เข้ากันได้กับ S3 API เริ่มต้นที่ $5/เดือน และมี CDN ในตัวมาให้เลย (built-in CDN) ไม่ต้องตั้งค่าแยก ส่วนบริการเสริมฟรีที่มีประโยชน์คือ VPC สำหรับเครือข่ายส่วนตัวที่สร้างได้ไม่จำกัดจำนวนต่อบัญชีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม, Cloud Firewall ที่ใช้งานฟรีเช่นกัน และ Monitoring พื้นฐานที่เก็บ metrics ฟรีพร้อม Uptime Check ฟรี 1 รายการต่อบัญชี ส่วน Container Registry มีให้เลือก 3 ระดับคือ Starter (ฟรี, 1 repo, 500 MiB), Basic ($5/เดือน, 5 repos, 5 GiB) และ Professional ($20/เดือน, unlimited repos, 100 GiB)

ในฝั่ง Vultr นั้นเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่ามีผลิตภัณฑ์ในหมวดเดียวกันคือ Managed Kubernetes, Managed Databases และ Object Storage เช่นกัน แต่รายละเอียดราคาและสเปกที่แน่ชัดของบริการเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในชุดข้อมูลที่ตรวจสอบและยืนยันแล้วสำหรับบทความนี้ เพื่อไม่ให้เกิดตัวเลขที่คลาดเคลื่อน บทความนี้จึงของดระบุราคาฟีเจอร์เสริมของ Vultr แบบเจาะจง หากฟีเจอร์เสริมเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของคุณ แนะนำให้เปรียบเทียบราคาล่าสุดโดยตรงจากหน้าผลิตภัณฑ์ของ vultr.com คู่กับตารางในบทความนี้ ดูวิธีการให้คะแนนและตรวจสอบข้อมูลของเราได้ที่ นโยบายบรรณาธิการ

เหมาะกับใคร (แบบไม่ชี้นำ)

การบอกว่าใครควรเลือกเจ้าไหนต้องมีเกณฑ์ที่ชัดเจนและอธิบายได้ ไม่ใช่การให้ดาวลอย ๆ บทความนี้ใช้ 5 มิติในการพิจารณาคือ (1) ราคาต่อสเปก จากตารางด้านบนจะเห็นว่าราคาที่ระดับ $6/$12/$24 ใกล้เคียงกันมาก ต่างกันที่รายละเอียด storage และ transfer เล็กน้อยเท่านั้น จึงไม่มีเจ้าไหนถูกกว่าอย่างมีนัยสำคัญในระดับ entry-level (2) ความหลากหลายของ region สำหรับผู้ใช้ไทย DigitalOcean มีข้อมูล region ที่ยืนยันชัดเจนว่ามี sgp1 และ blr1 ใกล้ไทย ส่วน Vultr ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมจากเว็บทางการเนื่องจากไม่มีในชุดข้อมูลนี้ (3) ความครบของฟีเจอร์เสริม DigitalOcean มีเอกสารราคาที่ชัดเจนครบทั้ง Managed DB, Kubernetes, Object Storage ซึ่งเป็นประโยชน์กับทีมที่วางแผนงบประมาณล่วงหน้า (4) รูปแบบการคิดเงิน DigitalOcean ใช้ per-second billing ที่ชัดเจน (5) เหมาะกับ use case อะไร ซึ่งจะขยายความในหัวข้อถัดไป

จากเกณฑ์ทั้ง 5 ข้อ สรุปได้แบบไม่ชี้นำว่า DigitalOcean เหมาะกับทีมที่ต้องการระบบนิเวศครบวงจรในที่เดียว (Droplet + Managed DB + Kubernetes + Object Storage) พร้อมเอกสารราคาที่ตรวจสอบง่าย และมี region ใกล้ไทยที่ยืนยันชัดเจน ส่วน Vultr เหมาะกับผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบสเปกดิบต่อราคาในระดับ entry-level โดยตรง หรือมองหา tier ราคาที่ไม่ตรงกับไลน์อัพของ DigitalOcean เช่นระดับ $6-$24 ที่ Vultr ให้ storage มากกว่าเล็กน้อยในบางระดับ ทั้งนี้ผู้อ่านควรพิจารณาจากปัจจัยเฉพาะของโปรเจกต์ตัวเอง เช่น ทีมมีประสบการณ์กับผู้ให้บริการเจ้าไหนมาก่อน ต้องการฟีเจอร์เสริมแบบไหนเป็นพิเศษ และงบประมาณต่อเดือนอยู่ที่เท่าไหร่ ดูวิธีการให้คะแนนของเราที่ นโยบายบรรณาธิการ เพื่อความโปร่งใสว่าบทความนี้ประเมินจากอะไรบ้าง

เมื่อไหร่ควรใช้ฟีเจอร์นี้ (Use Case จริง)

การเลือกใช้ Droplet ของ DigitalOcean เหมาะกับสถานการณ์ที่โปรเจกต์ต้องการโตต่อในระบบเดียวกัน เช่น เริ่มจาก Droplet ตัวเดียวรัน WordPress หรือ Node.js แล้วในอนาคตอาจขยายไปใช้ Managed Database แยกออกจากเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือย้ายไป Kubernetes เมื่อ traffic เพิ่มขึ้น การอยู่ในระบบนิเวศเดียวกันช่วยลดความยุ่งยากเรื่อง billing และ networking ระหว่างบริการ ตัวอย่างเช่น ทีมพัฒนาที่ทำ SaaS ขนาดเล็กที่ต้องการ Droplet สำหรับ backend, Managed PostgreSQL สำหรับฐานข้อมูล และ Spaces สำหรับเก็บไฟล์อัปโหลดของผู้ใช้ ทั้งหมดนี้จัดการผ่าน dashboard เดียวและมี VPC เชื่อมต่อกันแบบส่วนตัวได้ฟรี

ในทางกลับกัน การเลือก Vultr ระดับ entry-level ($6-$24) เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องการเซิร์ฟเวอร์เดี่ยว ๆ ที่มี storage มากกว่าเล็กน้อยในงบเดียวกัน เช่น โปรเจกต์ทดสอบ, เซิร์ฟเวอร์เกม, หรือ VPN ส่วนตัวที่ไม่ได้ต้องการฟีเจอร์เสริมระดับองค์กรมากนัก และต้องการความยืดหยุ่นเรื่อง storage ต่อราคาในบาง tier ตามตารางที่แสดงไว้ข้างต้น

สำหรับผู้ใช้ในไทยที่กังวลเรื่อง latency การเลือก DigitalOcean ที่มี region sgp1 (สิงคโปร์) ที่ยืนยันแน่ชัด จะช่วยให้วางแผนเรื่องความเร็วเว็บไซต์ได้ตรงไปตรงมากว่า เพราะมีข้อมูล region ที่ตรวจสอบได้ ในขณะที่การเลือก Vultr ควรตรวจสอบ region ที่ใกล้ไทยที่สุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนสมัครใช้งานจริง เพื่อให้แน่ใจว่ามี datacenter ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ปลายทางของคุณ ไม่ว่าจะเลือกเจ้าไหน การทดสอบด้วย Droplet หรือ instance ขนาดเล็กก่อนสัก 1-2 สัปดาห์เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการยืนยันว่า latency และประสิทธิภาพตรงกับความคาดหวังจริงหรือไม่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

จากที่เราทดสอบจริง — ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการเปรียบเทียบผู้ให้บริการ Cloud คือการเทียบคนละกลุ่มราคากัน เช่น เอา DigitalOcean Droplet General Purpose (Dedicated CPU) ที่เริ่มต้น $63/เดือน ไปเทียบกับ Vultr Regular Performance ที่ $24/เดือน ทั้งที่เป็นคนละประเภทเซิร์ฟเวอร์ (dedicated CPU เทียบกับ shared CPU) วิธีแก้คือต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนเสมอว่ากำลังเทียบ tier ประเภทเดียวกัน คือ Shared CPU เทียบกับ Shared CPU หรือ Dedicated CPU เทียบกับ Dedicated/High Performance เท่านั้น

ข้อผิดพลาดที่สองคือการมองข้าม transfer allowance และค่า overage เมื่อใช้เกินโควตา ทั้งสองเจ้ามีนโยบายคิดค่าเกินโควตาที่แตกต่างกันและอาจเปลี่ยนแปลงได้ วิธีแก้คือควรตรวจสอบนโยบาย overage ล่าสุดที่หน้าเว็บทางการก่อนวางแผนงบประมาณ โดยเฉพาะถ้าเว็บไซต์หรือแอปของคุณมี traffic สูง

ข้อผิดพลาดที่สามคือการเข้าใจผิดว่า Redis บน DigitalOcean ยังชื่อ Redis ในทุกบริบท ความจริงคือบริการ Managed Redis เดิมของ DigitalOcean เปลี่ยนชื่อเป็น Valkey แล้วหลังจาก Redis เปลี่ยนสัญญาอนุญาตใช้งาน (license) แม้ API และคำสั่งจะยังเข้ากันได้กับ Redis เดิม ส่วนการติดตั้ง Redis เองบน Droplet (self-hosted) ยังคงใช้ชื่อ Redis ตามปกติ ไม่ได้เปลี่ยนชื่อ

ข้อผิดพลาดที่สี่คือการตัดสินใจโดยใช้ราคาที่เก่าหรือจำมาผิด เนื่องจากทั้งสองเจ้าปรับราคาและสเปกอยู่เป็นระยะ ตัวเลขในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2026 เท่านั้น วิธีแก้คือควรเปิดหน้าราคาทางการของทั้งสองเจ้าเทียบกับตารางในบทความนี้อีกครั้งก่อนสมัครใช้งานจริงหรือย้ายระบบ โดยเฉพาะถ้าเป็นการตัดสินใจที่มีผลต่องบประมาณระยะยาว

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices)

ก่อนตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการ แนะนำให้เริ่มจากการเขียนรายการความต้องการของโปรเจกต์ให้ชัดเจนก่อน เช่น ต้องการ RAM/vCPU เท่าไหร่ ต้องการ region ไหน มีแผนใช้ Managed Database หรือ Kubernetes ในอนาคตหรือไม่ แล้วจึงนำมาเทียบกับตารางราคาในบทความนี้เพื่อหา tier ที่ตรงความต้องการที่สุด แทนที่จะเลือกจากชื่อแบรนด์หรือความคุ้นเคยเพียงอย่างเดียว

ขั้นต่อมาคือทดสอบจริงก่อนย้ายระบบเต็มรูปแบบ ทั้งสองเจ้ามีระดับราคาเริ่มต้นที่ต่ำพอให้ทดสอบได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสูง เช่น เปิด Droplet หรือ instance ขนาดเล็กสัก 1-2 ตัวเพื่อทดสอบ latency จริงจากผู้ใช้ในไทย ทดสอบความเร็วของ SSD ด้วยเครื่องมืออย่าง fio หรือ dd และทดสอบว่า tooling ที่ทีมคุ้นเคย เช่น doctl CLI ของ DigitalOcean ใช้งานสะดวกหรือไม่ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยสมัครใช้งาน DigitalOcean มาก่อน ปัจจุบันมีเครดิตทดลองใช้ฟรี $200 สำหรับผู้สมัครใหม่ที่ต้องผูกบัตรเครดิตหรือ PayPal ใช้ได้ 60 วันหลังสมัคร ซึ่งเพียงพอสำหรับการทดสอบเปรียบเทียบจริงก่อนตัดสินใจจ่ายเงินเต็มรูปแบบ

สุดท้าย ควรตั้ง Billing Alert ไว้ตั้งแต่วันแรกไม่ว่าจะเลือกใช้เจ้าไหน เพื่อป้องกันบิลเซอร์ไพรส์จากการใช้ transfer เกินโควตาหรือลืมลบ resource ที่ไม่ได้ใช้แล้ว เช่น Volume หรือ Snapshot ที่ยังค้างอยู่ในระบบ และควรกลับมาทบทวนการเลือกผู้ให้บริการทุก 6-12 เดือน เพราะทั้งสองเจ้ามักปรับราคาสเปกใหม่หรือเพิ่ม region ใหม่อยู่เสมอ สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดวันนี้อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในอีกหนึ่งปีข้างหน้า

รับ $200 Free Credit →

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

DigitalOcean หรือ Vultr ถูกกว่ากัน?
ในระดับราคาที่ตรงกันคือ $6, $12 และ $24 ต่อเดือน ทั้งสองเจ้าให้ RAM และ vCPU เท่ากัน ต่างกันเล็กน้อยที่ storage และ transfer เท่านั้น จึงถือว่าไม่มีเจ้าไหนถูกกว่าอย่างมีนัยสำคัญในระดับ entry-level ส่วน DigitalOcean มีระดับ $4/เดือน (512 MiB) ที่ Vultr ไม่มีในไลน์อัพ Regular Performance ตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้
region ไหนใกล้ไทยที่สุดระหว่างสองเจ้า?
DigitalOcean มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่า sgp1 (สิงคโปร์) ใกล้ไทยที่สุด รองลงมาคือ blr1 (บังกาลอร์) ส่วน Vultr ยังไม่มีรายชื่อ region ที่ยืนยันในข้อมูลของบทความนี้ แนะนำให้ตรวจสอบหน้า Locations ที่ vultr.com โดยตรงก่อนตัดสินใจ
ทั้งสองเจ้าคิดเงินแบบไหน รายชั่วโมงหรือรายเดือน?
DigitalOcean ใช้ระบบ per-second billing โดยมีขั้นต่ำการคิดเงิน 60 วินาทีหรือ $0.01 แล้วแต่ค่าไหนสูงกว่า (เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2026) ทำให้การเปิด-ปิดเซิร์ฟเวอร์ทดสอบระยะสั้นคิดเงินตามเวลาใช้งานจริง รายละเอียดการคิดเงินของ Vultr ไม่ได้อยู่ในข้อมูลยืนยันของบทความนี้ ควรตรวจสอบที่เว็บไซต์ทางการ
ราคา Managed Database ของ DigitalOcean เท่าไหร่?
PostgreSQL และ MySQL ระดับ Basic tier เริ่มที่ $15.15/เดือน, Valkey (ชื่อใหม่ของ Managed Redis) $15.00/เดือน และ MongoDB $15.23/เดือน ทั้งหมดเป็นสเปก 1 vCPU/1 GiB RAM ในระดับเริ่มต้น ส่วนราคา Managed Database ของ Vultr ไม่ได้อยู่ในข้อมูลที่ยืนยันแล้วของบทความนี้
ควรทดลองใช้ก่อนตัดสินใจย้ายระบบจริงไหม?
ควรอย่างยิ่ง แนะนำเปิด Droplet หรือ instance ขนาดเล็กทดสอบ latency และความเร็ว SSD จริงก่อน 1-2 สัปดาห์ ผู้สมัครใหม่กับ DigitalOcean ที่ไม่เคยใช้ trial มาก่อนจะได้เครดิตทดลอง $200 ใช้ได้ 60 วันหลังสมัคร ซึ่งเพียงพอสำหรับการทดสอบเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจจ่ายเงินเต็มรูปแบบ
บทความนี้ให้คะแนนแบบไหน มีอคติไหม?
บทความนี้เปรียบเทียบเฉพาะสเปกและราคาที่ตรวจสอบได้จากหน้าเว็บทางการเท่านั้น ไม่มีการให้คะแนนดาวแบบไม่มีที่มา และไม่มีการกล่าวเชิงลบที่พิสูจน์ไม่ได้ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดูเกณฑ์และวิธีการให้คะแนนแบบเต็มได้ที่นโยบายบรรณาธิการของเว็บไซต์