เว็บนี้มีลิงก์ affiliate — หากสมัครผ่านลิงก์ เราได้รับค่าคอมมิชชัน · Affiliate links.

ศูนย์ข้อมูล DigitalOcean มีที่ไหนบ้าง — คู่มือเลือกภูมิภาค 2026

15 datacenters across 12 regions in North America, Europe, and Asia-Pacific.

ศูนย์ข้อมูล DigitalOcean มีที่ไหนบ้าง — คู่มือเลือกภูมิภาค 2026

ทำไมการเลือกภูมิภาคถึงสำคัญ

ตำแหน่งของศูนย์ข้อมูลที่ใช้รัน Droplet มีผลโดยตรงต่อความเร็วในการเข้าถึงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของผู้ใช้ปลายทาง ยิ่งศูนย์ข้อมูลอยู่ใกล้กลุ่มผู้ใช้เป้าหมายมากเท่าไหร่ ค่า latency (เวลาหน่วง) ก็ยิ่งต่ำลงเท่านั้น การเลือกภูมิภาคผิดอาจทำให้เว็บโหลดช้าโดยไม่จำเป็น ทั้งที่ตัวเซิร์ฟเวอร์เองมีสเปกเพียงพอ

Your Droplet's datacenter location directly impacts latency for end users. A region closer to your audience means lower latency; choosing wrong can slow everything down even if your server specs are solid.

รายชื่อศูนย์ข้อมูลทั้งหมด

ข้อที่มักถูกมองข้ามคือ digitalOcean มีศูนย์ข้อมูลที่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบรวมประมาณ 15 แห่งใน 12 ภูมิภาค กระจายอยู่ทั้งในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก โดยแต่ละภูมิภาคมีระดับความพร้อมของบริการ (feature availability) แตกต่างกันไปบ้าง

ภูมิภาคเก่าที่เลิกใช้แล้ว

DigitalOcean มีศูนย์ข้อมูลเก่าบางแห่งที่ปัจจุบันถูกจำกัดการใช้งานแล้ว เนื่องจากไม่มีพื้นที่ทางกายภาพเหลือให้ขยายเพิ่ม ได้แก่ AMS2 และ SFO1 ผู้ใช้เดิมที่มี Droplet อยู่ในภูมิภาคเหล่านี้ยังคงสร้างทรัพยากรเพิ่มได้ตามปกติ แต่ DigitalOcean แนะนำให้ทยอยย้ายไปยัง AMS3, NYC3 หรือ SFO3 แทน

สรุปสิ่งสำคัญ: AMS2 และ SFO1 เป็นภูมิภาคเก่าที่ถูกจำกัดการสร้างทรัพยากรใหม่แล้ว

ภูมิภาคไหนใกล้ไทยที่สุด

สำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทยหรือกลุ่มเป้าหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาค SGP1 (สิงคโปร์) เป็นตัวเลือกที่ใกล้ที่สุดในบรรดาศูนย์ข้อมูลของ DigitalOcean ทั้งหมด เพราะระยะทางทางภูมิศาสตร์ใกล้กว่าภูมิภาคอื่นทั้งในยุโรปและอเมริกาอย่างชัดเจน ช่วยลดค่า latency ให้ผู้ใช้ปลายทางในไทยได้มาก

ความพร้อมของฟีเจอร์แตกต่างกันตามภูมิภาค

จากที่เราทดสอบจริง — ไม่ใช่ทุกบริการของ DigitalOcean จะเปิดให้ใช้งานครบทุกภูมิภาคเหมือนกันหมด บางฟีเจอร์มีข้อจำกัดเฉพาะบางภูมิภาคที่ความจุยังจำกัดอยู่ ควรตรวจสอบความพร้อมของฟีเจอร์ที่ต้องการใช้ในภูมิภาคเป้าหมายก่อนตัดสินใจเสมอ โดยเฉพาะถ้าโปรเจกต์ต้องพึ่งพาบริการเฉพาะทาง เช่น GPU Droplets หรือ Kubernetes

เลือกภูมิภาคยังไงให้เหมาะกับโปรเจกต์

หลักการเลือกภูมิภาคที่ดีคือเริ่มจากตำแหน่งของผู้ใช้เป้าหมายเป็นอันดับแรก แล้วค่อยตรวจสอบว่าฟีเจอร์ที่โปรเจกต์ต้องใช้เปิดให้บริการในภูมิภาคนั้นครบหรือไม่ สุดท้ายจึงพิจารณาปัจจัยรอง เช่น ราคาที่อาจต่างกันเล็กน้อยในบางภูมิภาค

ย้าย Droplet ข้ามภูมิภาคทำได้ไหม

จุดที่ผู้ใช้มักถามมาคือ digitalOcean ไม่รองรับการย้าย Droplet ข้ามภูมิภาคโดยตรงแบบกดปุ่มเดียวจบ วิธีที่ใช้กันทั่วไปคือสร้าง snapshot ของ Droplet เดิม แล้วนำ snapshot นั้นไปสร้าง Droplet ใหม่ในภูมิภาคปลายทางที่ต้องการแทน ก่อนจะยกเลิก Droplet เดิมเมื่อยืนยันว่าเครื่องใหม่ทำงานถูกต้องแล้ว

สำหรับผู้ใช้งานในไทยที่ต้องการ latency ต่ำที่สุด SGP1 (สิงคโปร์) ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่แนะนำ ส่วนโปรเจกต์ที่มีผู้ใช้กระจายไปยังตลาดอื่นด้วย เช่น สหรัฐอเมริกาหรือยุโรป อาจพิจารณาใช้หลายภูมิภาคร่วมกันเพื่อให้ผู้ใช้แต่ละกลุ่มได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

รับ $200 Free Credit →

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

DigitalOcean มีศูนย์ข้อมูลในไทยไหม
ไม่มี ภูมิภาคที่ใกล้ไทยที่สุดคือ SGP1 (สิงคโปร์) ซึ่งเป็นตัวเลือกที่แนะนำสำหรับผู้ใช้งานในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทุกภูมิภาคมีฟีเจอร์ครบเหมือนกันหมดไหม
ไม่เหมือนกัน บางฟีเจอร์อย่าง GPU Droplets หรือ Managed Databases บาง engine เปิดให้ใช้เฉพาะบางภูมิภาคเท่านั้น ควรตรวจสอบความพร้อมในภูมิภาคเป้าหมายก่อนใช้งานเสมอ
ย้าย Droplet จากภูมิภาคหนึ่งไปอีกภูมิภาคทำยังไง
ไม่มีปุ่มย้ายโดยตรง ต้องสร้าง snapshot ของ Droplet เดิมแล้วนำไปสร้าง Droplet ใหม่ในภูมิภาคปลายทาง จากนั้นทดสอบให้แน่ใจก่อนยกเลิกเครื่องเดิม
AMS2 กับ SFO1 ยังใช้งานได้อยู่ไหม
ผู้ใช้เดิมที่มี Droplet อยู่แล้วยังใช้งานได้ปกติ แต่ DigitalOcean จำกัดการสร้างทรัพยากรใหม่ในสองภูมิภาคนี้แล้วเนื่องจากไม่มีพื้นที่เหลือขยาย แนะนำให้ทยอยย้ายไปยัง AMS3, NYC3 หรือ SFO3